สื่อการเรียนรู้สำหรับอิสลามศึกษา

No Comments

สื่อกับการจัดการเรียนรู้อิสลามศึกษา

ผศ.ดร.จารุวัจน์ สองเมือง

คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา

เชื่อว่าครูส่วนใหญ่ยอมรับว่า “สื่อการเรียนรู้” เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับนักเรียน ช่วยให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้น เร็วขึ้น อีกทั้งยังทำให้จดจำสิ่งที่เรียนไปได้นานขึ้น แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อจะตัดสินใจจะเลือกใช้สื่อเพื่อนำไปใช้ในการสอนว่า จะเลือกอะไรดี ใช้อย่างไรดี และบางคนเมื่อใช้ไปแล้วกลับมีความรู้สึกใหม่ว่า ทำไมใช้แล้วไม่เห็นจะดีกว่าการสอนแบบเดิม แบบบรรยายเลย ซึ่งสภาพเหล่านี้จะเป็นประเด็นให้หลายคนเลือกที่จะนำสื่อมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน และสภาพการจัดการเรียนการสอนก็จึงยังคงเป็นรูปแบบเดิมๆ เหมือนแต่ในอดีต ทั้งๆ ที่โลกปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างมากมาย และในความเป็นจริง ความสำเร็จของการใช้สื่อเพื่อการจัดการเรียนการสอนนั้นมีบริบทต่างๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องมากกว่าเพียงการหยิบเอาสื่อชิ้นใดชิ้นหนึ่งมาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้สื่อเพื่อการจัดการเรียนการสอนในวิชาอิสลามศึกษา

มโนทัศน์เกี่ยวกับการสอนอิสลามศึกษา

อิสลามให้ความสำคัญต่อการศึกษา การแสวงหาความรู้ โดยถือเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ความศรัทธาของคนๆ หนึ่งจะสมบูรณ์ไม่ได้หากขาดความรู้ และการให้การศึกษาตามแนวทางอิสลามนั้นจะต้องมีความครอบคลุมทุกมิติของการดำเนินชีวิตของมนุษย์ เพื่อยกระดับมนุษย์ให้มีความสูงส่งประสบความสำเร็จทั้งในโลกนี้และในโลกหน้าโลกแห่งการตัดสินผลการกระทำในปัจจุบัน ดังนั้นหากจะให้คำนิยามของอิสลามศึกษาในมิติขององค์ความรู้ที่จำเป็นต้องจัดการศึกษาให้สำหรับมุสลิมทั้งหมดแล้ว อิสลามศึกษาจึงหมายถึง องค์ความรู้ทั้งหมดที่มุสลิมจำเป็นต้องได้รับการจัดการศึกษาเพื่อการดำเนินชีวิต โดยมีความครอบคลุมความรู้ที่เกี่ยวข้องกับอัลลอฮ์ พระเจ้าผู้ทรงสร้าง หลักปฏิบัติ หลักความเชื่อที่เกี่ยวข้อง ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการอยู่ร่วมกันของมนุษยชาติ และความรู้ที่เกี่ยวข้องกับทุกๆ สิ่งถูกสร้างบนพื้นพิภพนี้

การนิยามอิสลามศึกษาข้างต้นอาจจะเป็นเพียงการให้คำนิยามในเชิงประวัติศาสตร์หรือเป็นเพียงอุดมคติสำหรับนักการศึกษามุสลิมในปัจจุบัน เนื่องจากสภาพความเป็นจริงของนิยามอิสลามศึกษาในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยไม่ได้เป็นไปอย่างนิยามข้างต้น ด้วยความแตกต่างของรูปแบบการจัดการศึกษาโดยรวมของประเทศ ลักษณะของสถาบันการศึกษา ซึ่งพบว่า อิสลามศึกษามีนิยามเพียงการจัดการศึกษาสำหรับมุสลิมที่เกี่ยวข้องกับ ความเชื่อ ข้อบังคับ หลักปฏิบัติ ข้อห้ามตามหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม

ดังนั้นหากพิจารณาถึงสภาพจริงของการจัดการเรียนรู้อิสลามศึกษาในปัจจุบันจึงเป็นเสี้ยวหนึ่งของการจัดการศึกษาทั้งระบบของอิสลาม แต่ถึงอย่างไรก็ตามหากพิจารณาถึงเป้าหมายในการจัดการเรียนการสอนของอิสลามศึกษาแล้วจะพบว่า ไม่ว่าจะใช้นิยามใดก็ตาม อิสลามศึกษาก็ยังคงต้องจัดการเรียนการสอนให้ครอบคลุมทั้งด้านปัญญาพิสัย ทักษะพิสัย และจิตพิสัย เช่น เนื้อหาในวิชาอากีดะห์ที่เน้นหนักให้ความสำคัญต่อจิตพิสัย คือ เน้นสร้างความเชื่อ ความศรัทธา การมองเห็นคุณค่า ในขณะที่วิชาฟิกฮ์เป็นวิชาที่เน้นทั้งความรู้ความเข้าใจ ที่ผู้เรียนจะต้องแยกแยะ อธิบาย วิเคราะห์สังเคราะห์ได้ ซึ่งเป็นประเด็นทางด้านปัญญาพิสัย และยังต้องสามารถปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้องซึ่งก็คือเป้าหมายการจัดการเรียนรู้ทางด้านทักษะพิสัย

แต่หากมองย้อนไปยังรูปแบบที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนอิสลามศึกษาตั้งแต่ในอดีต พบว่ารูปแบบที่นำมาใช้มากที่สุดคือ การสอนแบบบรรยาย อธิบายให้กับผู้เรียนได้ฟัง บันทึก และนำกลับไปทบทวนในภายหลัง ซึ่งความสำเร็จของการจัดการเรียนการสอนทั้งหมดขึ้นอยู่กับทักษะความสามารถของครูผู้สอนเป็นสำคัญ แต่ทั้งนี้โดยแนวทางของการจัดการศึกษาในอิสลามแล้วจะพบว่าไม่ได้จำกัดไว้ด้วยเพียงรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่เน้นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย คำนึงถึงความเหมาะสมของผู้เรียนและไม่ขัดกับหลักการของอิสลาม

ไม่ว่าปัจจุบันอิสลามศึกษาในประเทศไทยจะมีนิยามเป็นเช่นไร แต่มีอีกประการหนึ่งที่จำเป็นต้องสร้างความตื่นตัวและร่วมกันผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คือ การจะทำอย่างไรให้การจัดการเรียนการสอนอิสลามศึกษามีประสิทธิภาพและส่งผลต่อการพัฒนาเยาวชนให้บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งการนำสื่อการจัดการเรียนรู้มาใช้จะเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่จะส่งผลให้การจัดการเรียนการสอนอิสลามศึกษามีประสิทธิภาพได้ ซึ่งครูผู้สอนจำเป็นต้องมีมุมมองที่กระจ่างชัดในเรื่องนี้

มโนทัศน์เกี่ยวกับสื่อการจัดการเรียนรู้

สื่อการเรียนรู้ คือ ตัวกลางที่ครูนำมาใช้เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับผู้เรียน สื่อการเรียนรู้ไม่ใช่เพียงเป็นเครื่องมือที่ครูใช้ในการถ่ายทอดเนื้อหาไปยังผู้เรียนเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือเพื่อกระตุ้น ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ ในขณะเดียวกับยังเป็นตัวกลางในการสื่อสารความเข้าใจระหว่างครูผู้สอนกับผู้เรียน มุมมองของสื่อในปัจจุบันจึงไม่ใช่เพื่อเครื่องมือหรืออุปกรณ์สำหรับครูเพื่อใช้ประกอบการบรรยาย อธิบายเพื่อให้ผู้เรียนได้เข้าใจเรื่องได้ดีขึ้น เร็วขึ้นเท่านั้น แต่สื่อจะก่อให้เกิดกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ผู้เรียนได้สัมผัส ปฏิบัติจนเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

การนำสื่อการเรียนรู้มาใช้จะนำไปสู่การสร้างความหลากหลายของรูปแบบในการจัดการเรียนการสอน กระตุ้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น ไม่จำกัดเพียงการนั่งฟังการบรรยายจากครูผู้สอนเท่านั้น ดังนั้นเมื่อครูต้องการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการจัดการเรียนการสอน สื่อจึงเป็นคำตอบต้นๆ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เนื่องจากสื่อแต่ละชนิดก่อให้เกิดกิจกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ ได้ เช่น บัตร ไม่ใช่เพียงการนำมาใช้ประกอบคำอธิบายของครูเท่านั้น แต่สามารถนำไปใช้เป็นเกมการสอน หรือการสอนแบบอภิปราย การซักถามได้เป็นอย่างดี ขึ้นอยู่กับการออกแบบกิจกรรมของครู

นอกจากนี้สื่อการสอนจะยังเป็นกลไกสำคัญประการหนึ่งที่กระตุ้นให้ครูผู้สอนมีการวางแผนการสอน การเตรียมการสอนที่ครอบคลุมรอบด้านก่อนที่จะมีการสอน ซึ่งแตกต่างจากการสอนแบบบรรยายที่ครูสามารถดำเนินการสอนได้โดยไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวล่วงหน้ามากนัก เพราะในการนำสื่อการสอนไปใช้จำเป็นต้องมีการจัดทำ เตรียมสื่อที่จะใช้ การวางแผนออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมสำหรับสื่อที่เลือกใช้ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยเวลาสำหรับการดำเนินการ แต่ถึงแม้ครูจำเป็นต้องใช้เวลาในการเตรียมการสำหรับการนำสื่อไปใช้ แต่สื่อจะมีส่วนในการลดภาระของครูในการจัดการเรียนการสอนได้ อีกทั้งยังทำให้การสอนดังกล่าวมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และในอีกมิติหนึ่งผู้เรียนเองก็สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองโดยไม่จำเป็นต้องรอฟังคำบรรยายอธิบายจากครูเท่านั้น ส่งผลให้การเรียนรู้ของนักเรียนเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น หลากหลายรูปแบบมากขึ้นและเนื้อหาที่กว้างขวางขึ้น

สื่อการเรียนรู้กับการสอนอิสลามศึกษา

ในยุคของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศนี้ นักเรียนแต่ละคนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างง่ายดาย ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นจำเป็นต้องอาศัยวิจารณญาณในการรับ ซึ่งนักเรียนจำเป็นจะต้องได้รับการฝึกฝนในการรับสารเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้การสอนที่เน้นรูปแบบการถ่ายทอดเนื้อหาด้านเดียวจากครูผู้สอน อาจจะส่งผลเสียหลายประการ เช่น ไม่สามารถฝึกฝนให้นักเรียนมีทักษะในการคัดเลือกรับข้อมูลสารสนเทศ หรืออาจจะขาดทักษะในการสืบค้นข้อมูล เนื่องจากในการเรียนการสอนเป็นเพียงผู้รับสารจากครู และครูเป็นช่องทางเดียวในการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศของนักเรียน ซึ่งรูปแบบเหล่านี้ส่งผลต่อคุณค่าของความรู้ที่ได้รับที่ไม่อาจจะขยายความรู้ให้ลึกซึ้งขึ้น กว้างขวางขึ้น ตลอดจนขาดทักษะในการประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้รับในการใช้ชีวิตประจำวัน

การปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการเรียนการสอน การนำสื่อมาใช้อย่างชาญฉลาดจะเป็นกระบวนการสำคัญที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับการจัดการเรียนการสอนอิสลามศึกษา เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนอิสลามศึกษานำพาผู้เรียนไปยังเป้าหมายสำคัญของการศึกษา และเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงการจัดการเรียนการสอนบรรลุเป้าหมาย ควรมีขั้นตอนในการออกแบบการจัดการเรียนการสอนดังนี้

1. ศึกษาวัตถุประสงค์ของการจัดการเรียนรู้ ครูจะต้องทำการศึกษาสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ที่จะสอนว่าเน้นหนักให้ความสำคัญในด้านใดบ้าง ในแต่ละวิชาในกลุ่มอิสลามศึกษามีธรรมดาเนื้อหาวิชาที่แตกต่างกัน เช่น วิชาอากีดะห์เป็นเนื้อหาที่ต้องการเน้นการสร้างความศรัทธา ความตระหนักให้กับนักเรียน วิชาประวัติศาสตร์ มุ่งเน้นการคิดวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้ วิชาอัลกุรอาน หะดีษ มุ่งเน้นการท่องจำ ความรู้ความเข้าใจและการประยุกต์ใช้ วิชาฟิกฮ์เน้นในเรื่องความรู้ความเข้าใจและการปฏิบัติ เป็นต้น ซึ่งด้วยเป้าหมายและธรรมชาติของวิชาที่แตกต่างกันก็จะทำให้สื่อที่นำมาใช้ก็มีความแตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน ดังเช่น ในการสอนให้บรรดาซอฮาบะห์ทำการละหมาด ท่านรอซูล (ซ.ล) ทรงใช้วิธีการสอนแบบการสาธิต โดยท่านได้กล่าวว่า “พวกท่านทั้งหลายจะละหมาดเหมือนอย่างที่เห็นฉันละหมาด” (รายงานโดยบุคอรี) แต่จะพบว่าหลังจากการสาธิตหรือการดูการละหมาดของท่านรอซูล (ซ.ล) แล้ว บรรดาซอฮาบะห์ก็ยังคงมีข้อสงสัยและมีการสอบถามรายละเอียดถึงวิธีการละหมาดเพิ่มเติมจากรอซูล (ซ.ล) ขณะเดียวกันท่านรอซูล (ซ.ล) ก็สังเกตความถูกต้องในการละหมาดของซอฮาบะห์ ดังที่ปรากฏในรายงานของอาบีฮูรัยเราะห์ ที่ว่า

“ความจริงแล้วท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้เข้าไปที่มัสญิด ขณะนั้นก็มีชายคนหนึ่งเข้าไปใน มัสญิดและก็ละหมาด (หลังจากละหมาดเสร็จ) เขาก็ให้สลามกับท่านนบี ศ็อลลัลลออุอะลัยฮิวะซัลลัม ดังนั้นท่านนบีก็ตอบรับสลาม และกล่าวว่าท่านจงกลับไปละหมาดใหม่ ความจริงท่านยังไม่ได้ละหมาด ชายคนนั้นก็กลับไปละหมาดเหมือนดังเช่นที่ละหมาดในตอนแรก เสร็จแล้วก็มาหาท่านนบีและให้สลาม ท่านนบีกล่าวว่า ท่านจงกลับไปละหมาดใหม่  ความจริงท่านยังไม่ได้ละหมาด (เป็นแบบนี้อยู่) 3 ครั้ง ชายคนนั้นก็กล่าวว่า ขอสาบานต่อผู้ซึ่งที่ส่งท่านมาด้วยกับสัจธรรม ฉันไม่สามารถปฏิบัติได้ดีไปกว่านี้อีกแล้ว ดังนั้นสอนฉันที ท่านนบีกล่าวว่าชายคนดังกล่าวว่า เมื่อท่านละหมาดก็จงตักบีร หลังจากนั้นให้อ่านอัลกุรอ่านที่ง่าย ๆ ที่ท่านท่องจำได้ หลังจากนั้นก็ก้มรุกัวอ์จนกระทั่งจะสงบนิ่ง หลังจากนั้นก็เงยขึ้นยืนตรง จนสงบนิ่ง หลังจากนั้นก็ก้มสุหญูดจนกระทั่งสงบนิ่ง หลังจากนั้นก็ลุกกขึ้นมานั่งจนสงบนิ่ง ดังนั้นท่าน จงปฏิบัติสิ่งดังกล่าวที่ว่านี้ในการละหมาดทุกครั้ง“ (รายงานโดยบุคอรีย์และมุสลิม)

ในขณะที่เมื่อเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวกับการสร้างความยำเกรง ความตระหนัก ในบางครั้งท่านรอซูล (ซ.ล) จะทรงเลือกใช้การบรรยาย อธิบายพร้อมการยกตัวอย่างประกอบทำให้บรรดาซอฮาบะห์เข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าว ดังที่ปรากฏการเปรียบเทียบพฤติกรรมที่ไม่ดีไว้ในอัลกุรอานที่ว่า

“…และจงอย่านินทาลับหลังกันและกัน ผู้ใดในหมู่สูเจ้าชอบที่จะกินเนื้อของพี่น้องที่ตายแล้วของเขากระนั้นหรือทั้งๆ ที่สูเจ้ารังเกียจมัน … ” (ฮุจญรอต: 12)

ด้วยเหตุนี้ในการสอนแต่ละครั้งครูจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์การสอนที่ชัดเจนว่ามุ่งเน้นด้านใดบ้างอย่างไร ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้การเลือกใช้สื่อมีประสิทธิภาพขึ้น

2. วิเคราะห์ผู้เรียน สื่อจะต้องสามารถสร้างความสนใจให้กับผู้เรียนได้ ดังนั้นในการเลือกใช้สื่อจึงจำเป็นต้องเข้าใจถึงสภาพ ภูมิหลังของผู้เรียนด้วย เพื่อให้สื่อที่เลือกสอดคล้องกับความสนใจและกระตุ้นการเรียนรู้ของผู้เรียนได้ ดังที่ครั้งหนึ่งท่านรอซูล (ซ.ล) ได้มอบหมายให้ซอฮาบะห์ศึกษาภาษายิว เพื่อให้สามารถเผยแพร่ศาสนาที่ถูกต้องไปยังกลุ่มชนนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ท่านรอซูล (ซ.ล) จะสอนผู้คนในสิ่งที่สอดคล้องกับสติปัญญาของพวกเขา โดยท่านได้กล่าวไว้ว่า “พวกท่านทั้งหลายจงพูดกับผู้คนในสิ่งที่พวกเขารู้จัก…” ซึ่งบางครั้งจะพบว่าบรรดาซอฮาบะห์เรียนถามท่านรอซูลลุลลอฮ์นั้นคล้ายคลึงกัน แต่คำตอบกลับแตกต่างกันออกไป เช่น รายงานจากท่านอาบีซาตเราะห์ กล่าวว่า ฉันได้เรียนถามท่านรอซูลลุลลอฮ์ว่า การกระทำประเภทใดที่ดีที่สุด? ท่านก็ตอบว่า การศรัทธาต่ออัลลอฮ์และการต่อสู่ในหนทางของพระองค์ ในขณะที่ท่านอิบนุมัสอูดรายงานว่า “ฉันได้ยินท่านรอซูลลุลลอฮ์กล่าวว่า การกระทำประเภทใดที่อัลลอฮ์ทรงโปรดปราณที่สุด ท่านก็ตอบว่า การละหมาดในเวลาของมัน ฉันถามต่อไปว่า แล้วมีอะไรอีก ท่านก็ตอบว่า การทำดีต่อบิดามารดา ฉันก็ถามต่อไปอีกว่า แล้วมีอะไรอีก ท่านก็ตอบว่า การต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์”

ซึ่งกระบวนการดังกล่าวสอดคล้องกับอัลกุรอานที่ระบุไว้มีความหมายว่า

“อัลลอฮ์ไม่ทรงบังคับผู้ใดนอกจาก (ตามปริมาณอันเหมาะสม) เท่าที่พระองค์ทรงประทานมันมา…..” (ซูเราะห์อัตตอลาก: 7)

3. คัดเลือกสื่ออย่างเหมาะสม เมื่อครูมีความชัดเจนเกี่ยวกับเป้าหมายของการจัดการเรียนการสอนและคุณลักษณะของผู้เรียนแล้ว ในขั้นตอนนี้ครูจึงทำการคัดเลือกสื่อที่เหมาะสม ทั้งนี้สื่อแต่ละชนิดก็มีคุณภาพ ศักยภาพในการนำเสนอเนื้อหาแตกต่างกัน ดังนั้นในการคัดเลือกสื่อประเด็นสำคัญคือ สื่อที่เลือกจะต้องสามารถนำเสนอเนื้อหาได้อย่างถูกต้องและครอบคลุม และสามารถสร้างกิจกรรมเพื่อเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับนักเรียนได้ เราจะพบว่าท่านรอซูล (ซ.ล) ท่านทรงเลือกใช้สื่อที่หลากหลายในการสอนของท่าน ครั้งหนึ่งท่านใช้สื่อของจริงเพื่อสร้างความชัดเจนในสิ่งที่ท่านนำเสนอ คือ ท่านถือผ้าไหมและทองคำในมือของท่านและประกาศให้กับบรรดาซอฮาบะห์ได้ทราบว่าทั้งสองอย่างนี้เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับสุภาพบุรุษ และในบางครั้งท่านก็ทรงวาดลงบนพื้นดิน เพื่ออธิบายให้ซอฮาบะห์ได้เกิดความเข้าใจอย่างชัดเจน

นอกจากการพิจารณาเลือกใช้สื่อจากคุณลักษณะสำคัญของสื่อแล้ว ครูจะต้องศึกษาบริบทอื่นที่เกี่ยวข้องกับการนำสื่อไปใช้ด้วย เช่น สภาพห้องเรียน เวลาในการจัดการเรียนการสอน บรรยากาศภายในห้อง เช่น ความสว่าง ไฟฟ้า อุณหภูมิ เป็นต้น ซึ่งบริบทเหล่านี้จะส่งผลให้รูปแบบการใช้สื่อมีความแตกต่างกันไปด้วย

4. ออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอน ในขั้นตอนนี้ครูจะต้องใช้ข้อมูลที่มีออกแบบขั้นตอนการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน ซึ่งการออบแบบจะทำให้เห็นถึงแนวทางการนำสื่อการสอนมาใช้ โดยมุ่งเน้นให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากที่สุด โดยมีครูเป็นผู้คอยให้คำแนะนำและกำลังใจแก่นักเรียน การออกแบบควรครอบคลุมขั้นตอนต่างๆ ของการสอน คือ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ขั้นนำเสนอเนื้อหา ขั้นวิเคราะห์และประยุกต์ใช้ความรู้ ขั้นสรุปบทเรียน ขั้นประเมินผลการเรียนรู้

5. ประเมินผลการจัดการเรียนรู้ ภายหลังจากการจัดการเรียนรู้ ครูควรทำการประเมินผลถึงผลสำเร็จและข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจากการจัดการเรียนการสอนที่ผ่านไป เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาในการสอนครั้งต่อไป นอกจากนี้ควรมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการจัดการเรียนการสอนดังกล่าวเพื่อให้เกิดการจัดการความรู้ที่เป็นระบบและการเผยแพร่องค์ความรู้ในด้านการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพต่อไป

การอ้างอิงบทความนี้ : จารุวัจน์ สองเมือง (2556). สื่อการเรียนรู้สำหรับอิสลามศึกษา. http://www.muallimthai.com/?p=488#more-488



อบรมการใช้อีเลิร์นนิ่งสำหรับครู รร.เอกชนสอนศาสนาอิสลาม แวะมาทักทาย

Comments are closed.